สวัสดีค่ะ เอล่ากลับมาเขียนบล็อกพาเที่ยวจีนแล้วนะ
หลังจากที่ย้ายมาอยู่จีนอย่างถาวร ก็ไม่ค่อยมีเวลาเลย ต้องจัดการหลายอย่าง หลายเรื่อง
เพิ่งจะอยู่ตัวก็เมื่อต้นปี แล้วที่จีนก็เข้า Exteen ไม่ค่อยได้ เลยเกิดการดองบล็อกนานมาก
ปล่อยรกร้าง หญ้าขึ้น  วันนี้เป็นฤกษ์ดีของการกลับมา คิดถึงการเขียนบล็อกมาก 
 
เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา เพื่อนๆที่ไทยต่างพากันไปดูใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งที่ญี่ปุ่นก็ดี ที่อื่นๆก็เยอะ
เราเลยอยากไปบ้าง เลยลองออกตามหาใบไม้เปลี่ยนสี ที่ซูโจวดู

 
 
ซูโจว เป็นเมืองที่ไม่ค่อยมีภูเขา จะมีก็มีอยู่ 2 ที่ แต่ก็อยู่ใกล้กัน
เอล่าตัดสินใจเข้า เทียนผิงซาน เพราะคนน้อย เหตุเพราะเก็บค่าผ่านประตู
 
การเดินทางมาที่นี่ สามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินซูโจวสาย 1 ลงสถานี Mudu
แล้วต่อรถแท็กซี่ หรือรถบัสข้างๆ Mudu ก็ได้ แต่แท็กซี่จะสะดวกกว่าเพราะไม่ต้องรอคนเต็ม
 
พอมาถึงก็ทำการซื้อตั๋ว ราคาตั๋วก็เป็นราคาทั่วไปๆ 30 หยวน
สถานที่ท่องเที่ยวทั่วๆไปในจีนก็จะเก็บค่าผ่านประตูราคานี้แหละค่ะ
 
 
 
เทียนผิงซาน ค่อนข้างใหญ่ จะปีนเขาชมทุกส่วนก็คงไม่ไหว
เอล่า เดินไปยังไม่ถึงครึ่งเขา ก็ต้องเดินกลับลงมา เพราะค่ำเสียก่อน
 
แผนผังโดยรวมของเทียนผิงซาน ใหญ่จริงๆใช่ไหมหละ
 
 
พอเข้ามาก็จะเจอแบบนี้ ใบไม้สีเหลือง สีแดง สีน้ำตาล
 
 
 
 
 
 อากาศช่วงที่ไปก็ค่อนข้างดี ยังไม่หนาวมาก
อุณหภูมิก็จะอยู่ในราว ๆ 18 - 20 องศา
นักท่องเที่ยวเลยเยอะ ไปตั้งเต้นท์ ปิกนิคกันอย่างสนุกสนาน
 

 
 
 
 
ด้านในก็มีร้านค้าบริการทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม
แต่ของด้านในนี้ค่อนข้างแพง ถ้าเราเอาเตรียมไปน่าจะดีกว่า
การที่จะปีนเขาที่นี่นั้นต้องเตรียมน้ำไปให้พร้อม เหนื่อยแน่ๆๆ
 
 
ทางเข้าที่จะขึ้นไปนั้น จะมีรูปปั้นผู้ก่อตั้งอยู่
เอล่าไม่รู้ว่าท่านชื่ออะไร มีประวัติยังไงนะคะ
อยากจะไปดูใบไม้เปลี่ยนสีอย่างเดียว อย่างอื่นไม่สนใจค่ะ ฮ่าๆๆ
 
 
เดินเข้ามายังไม่เท่าไหร่ ก็ร้องอยากกินสายไหม
(เขาเรียกว่าสายไหมรึเปล่านะ เอล่าชักไม่แน่ใจ)
กินซักไม้ละกัน 10 หยวน
 
 
เป็นไงหละกางเกงชมพู นี่แหละชุดปีนเขาของนาง
 
 
 
รูปนี้ถ่ายมาได้ยังไง งง แต่มันก็ดูดีเหมือนกันนะ ฮ่าๆๆ


 
แถวๆริมน้ำ คนถ่ายรูปเยอะมาก เดินสวนกัน เบียดกันแทบจะตกน้ำ


 



 
 
ทางขึ้นเขาจะเป็นทางราบๆก่อน พอเดินไปหน่อยก็จะมีแต่โขดหิน
กางเกงชมพูของเอล่า ปีนไม่ไหวอ่ะค่ะ บอกตรงๆ เหนื่อย!

 
อีกอย่างแวะถ่ายรูปตลอดทาง ยังเดินไปไม่ถึงไหน พระอาทิตย์ก็จะตกดินละ

 
 


 ยังไม่ทันไรก็จะใกล้ค่ำแล้ว ถ่ายรูปอะไรก็เริ่มมองไม่เห็น

 
และก็ถึงเวลาที่ต้องบอกลา เทียนผิงซาน
ขอกอดสิงโตก่อนไปนะ สิงโตหน้ายิ้ม อยากเอากลับบ้านง่ะ

 
แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ
ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่
^_________^
 
 
และแล้ว Entry นี้ ก็มาถึง ฮ่าๆๆ
เอล่า จะมีข่าวดีในเร็วๆนี้แล้วค่ะ คือ วันที่ 3 ตุลาคม 2013 เอล่าจะแต่งงาน
หลายคนคงตกใจว่าอยู่ดีๆ ทำไมก็ตัดสินใจแต่งงานขึ้นมา
จากคำว่า คนข้างๆบริษัท คนข้างๆห้อง พัฒนาจนกลายเป็น เพื่อน
และสุดท้าย ก็กลายเป็นความรักแบบแปลกๆ งงๆ
 
ก่อนที่จะผันตัวไปเป็นสะไภ้จีนก็ต้องเตรียมตัวเอกสารในการจดทะเบียนสมรสที่จีน
เป็นช่วงเวลาที่เครียดมาก ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน แต่ก็หาข้อมูลกันอย่างเต็มที่ค่ะ
โทรศัพท์สอบถามทั้งทางจีน และทางไทย จนขอเอกสารสำเร็จ
 
เรามาเริ่มขั้นตอนต่างๆ กันเลยแล้วกันค่ะ
 
๑. ขอใบรับรองสถานภาพความเป็นโสด เราสามารถไปขอได้ที่ ที่ว่าการอำเภอ ตามทะเบียนบ้าน และภูมิลำเนาที่เราอยู่ค่ะ ขอไม่ยาก ไม่มีค่าธรรมเนียม และจะรอนานหน่อยเพราะว่าพนักงานจะให้ความสำคัญกับงานหลักๆก่อน (อาจจะไม่เป็นแบบนี้ทุกที่นะคะ)
 
หน้าตาของใบรับรองก็เป็นประมาณนี้ค่ะ

 
๒. นำเอกสารไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ มีหลายคนบอกว่า ทำไมไม่แปลเป็นภาษาจีนเลย อันนี้ขอตอบเลยค่ะว่าทางกงสุลจะไม่รับรองเอกสารภาษาอื่นๆ นอกจากภาษาอังกฤษและภาษาไทยเท่านั้น และที่สำคัญทางสถานฑูตจีนก็จะไม่รับรองเอกสารโดยไม่มีตราประทับของกงสุลมาก่อนค่ะ เพราะเอล่าทำมาแล้ว (หน้าแตกค่ะ) ต้องเสียเวลาไปกงสุล ๒ รอบ
 
การแปลนั้นเราสามารถแปลเองได้ค่ะ ตัวอย่างการแปลสามารถเข้าไปดูได้ที่เวปกรมการกงสุลค่ะ ที่นี่
แต่ถ้าใครไม่สะดวกที่จะแปลเองก็สามารถใช้บริการแปลเอกสารที่กรมการกงสุลได้ค่ะ มีให้บริการที่ชั้น ๒ เอล่าก็ใช้บริการเหมือนกันค่ะ ราคา ๓๐๐ บาท ถ้าต้องแก้ไขก็กลับไปให้เขาแก้ไขได้ค่ะ ไม่เสียค่าบริการเพิ่มแล้วค่ะ
 
๓. นำเอกสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไปรับรองที่กรมการกงสุล 
การเดินทางไปกรมการกงสุล สามารถขึ้นรถตู้สายศูนย์ราชการ ที่ หน้าสวนจัตุจักร(ตรงทางลงBTS หมอชิด ประตูทางออก ๓) หรือจะต่อรถเมล์สาย ๕๒ จากหน้าสวนจัตุจักร ก็ได้ค่ะ ๒วิธีนี้เป็นวิธีเดินทางที่ดีที่สุด เพราะรถไม่ติด และสามารถลงรถที่หน้ากรมการกงสุลได้เลย ไม่ต้องเดินไกล
 
เมื่อไปถึงเราต้องกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอรับรองเอกสารก่อน เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาเราต้องเตรียมไป
สามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่ คำร้องขอรับรองเอกสาร