-พุธ 18 กรกฏาคม 2012-

ในที่สุดเอล่าก็ต้องกลับมาที่เทียนอันเหมินอีกครั้ง หลังจากที่เคยมาแล้วครั้งหนึ่ง
ครั้งที่แล้วที่มาก็ได้แต่อยู่ข้างนอก และคอยดูการเชิญธงลงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน
ครั้งที่แล้วยังไม่ทันได้เข้าไปเลย เพราะมันดันปิดไปซะก่อน ก็มันเย็นแล้วอ่ะเนอะ
 

DSCN1560


แต่การกลับมาครั้งนี้ของเอล่าไม่ใช่ว่าจะมาพระราชวังต้องห้ามกู้กงนะ
แต่กลับมา เพราะความสงสัยของเอล่าเองว่า ด้านบนของเทียนอันเหมินนั้นมันมีอะไร Laughing
อีกอย่างเพื่อนแสนดีของเอล่าก็ตามใจ พามาให้เห็นกับตาตัวเอง
เพราะไอ้ตัวเพื่อนเองมันก็อยากรู้ เป็นเด็กปักกิ่งยังไงเนี่ยไม่เคยขึ้นเทียนอันเหมิน Frown




เราต้องเดินลอดอุโมงค์เทียนอันเหมินเข้าไป เหมือนกับว่าจะไปกู้กงยังไงยังงั้น
พอเดินออกผ่าฝูงชนออกมาได้แล้ว ก็มองไปทางด้านซ้ายมือ จะมีที่จำหน่ายตั๋วอยู่ค่ะ
แต่ถ้าใครไม่อยากรู้ว่าด้านบนมีอะไรก็ข้ามจุดนี้ไปได้เลยค่ะ เพราะว่าบนนั้นมันไม่มีอะไรเท่าไหร่ Tongue out



แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ดูไม่เข้าท่าซักเท่าไหร่ เราก็เลยจัดตั๋วใบนี้มา
ค่าขึ้นชมด้านบนของเทียนอันเหมินนั้น 15 หยวน ซึ่งก็ถือว่าโอเคนะ
เพราะค่าเข้าชมของสถานที่ท่องเที่ยวที่ประเทศจีนนี้ค่อนข้างสูงพอตัวเลยหละ




ไม่ว่าจะเป็นฤดูท่องเที่ยวหรือไม่ ที่นี่คนก็แลดูหนาตาทุกวัน มากี่ครั้ง ๆ ก็คนเยอะเหมือนเดิม
(ขอบอกเลยค่ะว่าเอล่ามาตรงนี้ทุกวัน ตลอดทริปนี้)




ความเป็นมาของเทียนอันเหมินนั้นเอล่าก็ไม่ค่อยทราบเท่าไหร่
เอล่าจึงลองหาอ่านดูจากวิกิพีเดีย ซึ่งวิกิก็บอกไว้อย่างดี และก็ถาม ๆ เพื่อนเพิ่มเติมด้วยแหละ


เทียนอันเหมิน เขียนเป็นภาษาจีน คือ 天安门 เขียนในรูปพินอินก็ Tiān'ānmén
ซึ่งแน่นอนหละว่ามันต้องอยู่ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
เทียนอันเหมิน มีความหมายว่า ประตูของสันติภาพอย่างสวรรค์
จัตุรัสเทียนอันเหมินมีความสำคัญในวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศจีน
เพราะว่าจัตุรัสเทียนอันเหมินคือที่ตั้งของเหตุการณ์สำคัญมากมายในประวัติศาสตร์จีน




จัตุรัสเทียนอันเหมินเป็นจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
มีความยาวตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ 880 เมตร
ทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก 500 เมตร
พื้นที่ทั้งสิ้น 440,000 ตารางเมตร
สามารถจุประชากรได้ถึง 1,000,000 คน
(ใหญ่จริงๆ จุคนเป็นล้าน ๆ เลยอ่ะ)
ปัจจุบันจัตุรัสเทียนอันเหมินนับเป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก




จัตุรัสเทียนอันเหมิน สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1417 ในสมัยราชวงศ์หมิงมีชื่อเดิมว่า "เฉิงเทียนเหมิน"
พอมาในสมัยจักรพรรดิซุ่นจื้อแห่งราชวงศ์ชิง มีการซ่อมแซมใหม่ในปี ค.ศ. 1651
และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เทียนอันเหมิน"
คำว่า 'เทียน' แปลว่า ฟ้า
'อัน' แปลว่า ผาสุก
'เหมิน' แปลว่า ประตู




จัตุรัสเทียนอันเหมินล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญ
ได้แก่ หอประตูเทียนอันเหมินที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของจัตุรัส
ธงแดงดาว 5 ดวงผืนใหญ่โบกสะบัดอยู่เหนือเสาธงกลางจัตุรัส
อนุสาวรีย์วีรชนใจกลางจัตุรัส
มหาศาลาประชาคมด้านทิศตะวันตกของจัตุรัส
ตลอดจน พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาติจีนทางฝั่งตะวันออก
นอกจากนี้ทางด้านทิศใต้ยังมี หอรำลึกท่านประธานเหมาและหอประตูเจิ้งหยางเหมิน หรือเฉียนเหมิน



มาถึงแล้วด้านบน หอประตูเทียนอันเหมิน ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไร?



ที่นี่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปค่ะ ก็ถ่ายได้รูปเดียวนี่แหละ
พอโดนพนักงานต่อว่าก็เก็บกล้องไปเลย ชิชิ Innocent




ซึ่งในนี้จะมีเหมือนการจัดนิทรรศการ และแสดงภาพการชุมนุม
ประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อพ.ศ. 2532
และก็มีการจัดการแสดงเกี่ยวกับประวัติ และผลงานของผู้นำจีนรุ่น และสมัยต่าง ๆ
รวมถึง ท่านประธานเหมาเจ๋อตุง ด้วย




ซึ่ง การชุมนุมประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน นั้น 
เป็นเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน
ระหว่างวันที่ 15 เมษายน - 4 มิถุนายน พ.ศ. 2532 ซึ่งนำไปสู่การนองเลือด
นักศึกษาชาวจีนร่วมชุมนุมกันในครั้งนั้นเพื่อต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์จีน
 เรียกร้องประชาธิปไตยและเสรีภาพ มีผู้เข้าร่วมถึงหลักแสน ตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่ได้มีการบันทึกไว้
โดยมีข่าวลือกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 2,500 คน บาดเจ็บ 7,000-10,000 คน
แต่การประท้วงนี้ก็ไม่ประสบความสำเร็จ




ซึ่งผู้นำจีนในขณะนั้นก็คือ นายเติ้งเสี่ยวผิง นายหลี่เผิงเป็นนายกรัฐมนตรี
และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์คือนายจ้าวจือหยาง
ซึ่งได้ทำการเจรจากับนักศึกษาที่ชุมนุมประท้วง
แต่นักศึกษายืนกรานให้รัฐบาลลาออกหรือเปลี่ยนแปลงการปกครอง
นายเติ้งเสี่ยวผิงและนายหลี่เผิงไม่ยอมตามคำเรียกร้อง
เพราะเชื่อว่ามีชาติตะ